คุณรู้จริงแค่ไหนเรื่อง อาหารเสริม
คุณรู้จริงแค่ไหนเรื่อง อาหารเสริม

คุณรู้จริงแค่ไหนเรื่อง อาหารเสริม

ในยุคบริโภคนิยมเช่นนี้ ทุกอย่างสามารถหาซื้อได้อย่างง่ายดาย เช่นเดียวกับสุขภาพ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับทัศนคติต่อเรื่องสุขภาพของคนยุคนี้ก็คือ ทุกคนต้องการสุขภาพที่เห็นผลทันใจ เช่น อยากสุขภาพดีโดยไม่กินผัก  อยากผอมโดยไม่ต้องออกกำลังกาย จึงหาซื้อผลิตภัณฑ์ อาหารเสริม ต่าง ๆ มารับประทาน



จากผลการสำรวจของบริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด พบว่าในปี 2544 ตลาด อาหารเสริม ในประเทศไทยมีมูลค่าสูงถึง 2,800 ล้านบาทและคาดว่าในปี 2547 คงจะขยายตัวเพิ่มขึ้นอีก 3 เท่า

แม้ ว่าเหตุผลสำคัญของการกิน อาหารเสริม จะอิงอยู่กับความต้องการมีสุขภาพดี แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อยเชื่อว่าเมื่อกินอาหารเสริมแล้วไม่ต้องกินอาหารตาม ปกติก็ได้  จริง ๆ แล้วอาหารเสริมและอาหารหลักนั้นไม่สามารถใช้ทดแทนกันได้

นี่ จึงเป็นเหตุผลที่องค์การอาหารและยาเปลี่ยนชื่อเรียกผลิตภัณฑ์ประเภทนี้เสีย ใหม่ว่า “ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร” หรือ Food Supplement หมายถึงอาหารที่เสริมจากอาหารหลักที่กินอยู่แล้วตามปกติและไม่สามารถใช้ทด แทนอาหารหลัก

การมีคัมภีร์ชีวิตโดยเฉพาะความรู้เรื่อง”ความต้องการสาร อาหารต่อวัน” จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ทุกคนต้องรู้ อย่างน้อยการรู้มากย่อมทำให้มีทางเลือกมากกว่า

  • สารอาหารที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน เช่น โปรตีน ควรบริโภค 50 กรัมต่อวัน มีอยู่ในไข่ เนื้อสัตว์ ปลา นม ยีสต์ จมูกข้าวสาลี เต้าหู้ ถั่ว สาหร่ายทะเล
  • ใยอาหาร 25 กรัมต่อวัน ได้แก่ ข้าวซ้อมมือ ธัญพืชไม่ขัดขาว ผักผลไม้
  • วิตามินเอ 2,665 หน่วยสากลต่อวัน มีในผักใบเขียว ผักสีเหลือง นม
  • วิตามินบี1 ควรบริโภค 1.5มิลลิกรัมต่อวัน มีในข้าวซ้อมมือ ถั่วฝักอ่อน ปลา
  • วิตามินบี2 ควรบริโภค 1.7 มิลลิกรัมต่อวัน ได้แก่ นม ข้าวซ้อมมือ ผักใบเขียว ถั่วเหลือง ยีสต์
  • วิตามินบี3 (ไนอะซิน) 20 มิลลิกรัมเอ็นอีต่อวัน ในผักใบเขียว จมูกข้าวสาลี ถั่ว ลุกพรุน ปลาแซลมอน ปลาทูน่า
  • วิตามินบี5 (กรดแพนโทธินิค) 200 ไมโครกรัมต่อวัน ในไข่ ถั่ว ข้าวซ้อมมือ
  • วิตามินบี6 ควรบริโภค 2 มิลลิกรัมต่อวัน ได้แก่ ข้าวซ้อมมือ กล้วย ลูกแพร์ ปลาแซลมอน
  • โฟลิค แอซิด 200 ไมโครกรัมต่อวัน มีอยู่ในผักใบเขียว จมูกข้าวสาลี หอยนางรม ปลาแซลมอน
  • วิตามินบี12 ควรบริโภค 2 ไมโครกรัมต่อวัน มีอยู่ในอาหารหมัก เช่น เต้าเจี้ยว ถั่วเน่า เต้าหู้ยี้
  • วิตามินซี 60 มิลลิกรัมต่อวัน ได้แก่ ผลไม้รสเปรี้ยว ถั่วงอกหรือต้นอ่อน มะเขือเทศ ดอกขี้เหล็ก ผักโขม
  • วิตามินดี 5 ไมโครกรัมต่อวัน จากแสงแดด นม ไข่แดง อาหารทะเล
  • วิตามินอี 15 หน่วยสากล จากจมูกข้าวสาลี ถั่ว ธัญพืช ไข่
  • วิตามินเค 80 ไมโครกรัมต่อวัน กินอาหารหมักเพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ในลำไส้ เช่น โยเกิร์ต เต้าเจี้ยว ผักใบเขียว
  • แคลเซียม 800 มิลลิกรัมต่อวัน มีในนม โยเกิร์ต งา ปลาตัวเล็ก สาหร่าย ใบยอ ตำลึง คื่นฉ่าย ยอดแค มะขาม
  • ฟอสฟอรัส 800 มิลลิกรัมต่อวัน จากปลา นม ไข่ ธัญพืช ถั่ว ผักและผลไม้
  • เหล็ก 15 มิลลิกรัมต่อวัน จากไข่แดง กระถิน ผักโขม คะน้า ถั่ว ลุกพรุน ลูกเกด อินทผลัม
  • แมกนีเซียม 350 มิลลิกรัมต่อวัน ในผักใบเขียว ถั่วเปลือกแข็ง ถั่วฝักอ่อน ธัญพืช ไข่ น้ำผึ้ง
  • โพแตสเซียม 3,500 มิลลิกรัมต่อวัน จากผักใบเขียว กล้วย แคนตาลูป ลูกเกด ข้าว ถั่ว
  • ซีลีเนียม 70 ไมโครกรัมต่อวัน ในธัญพืช เห็ด หน่อไม้ฝรั่ง บล็อคเคอรี่ หอมหัวใหญ่ มะเขือเทศ ไข่

หาก สังเกตรายการอาหาร จะเห็นว่าเป็นอาหารที่หาได้ไม่ยาก ถ้าหากเราจะคัดสรรอาหารการกินของตัวเองขึ้นอีกสักหน่อย เราย่อมได้สารอาหารอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะอาหารที่มีสารอาหารหลายอย่างในตัวเอง เช่น ข้าวกล้อง งา เต้าหู้ ผักและผลไม้ ควรกินให้ได้ทุกวัน

การรับสารอาหารในรูปแบบของอาหาร ดีกว่าการกินอาหารเสริมหลายประการ อาทิเช่น  กินอาหารชนิดเดียวแต่ได้สารอาหารหลายอย่าง หรือในสารอาหารชนิดเดียวก็ยังเลือกกินได้จากอาหารหลากชนิด  ไม่ต้องกลัวว่าจะกินเกิน ที่สำคัญที่สุดคือร่างกายสามารถดูดซึมนำไปใช้ได้ทันที

สารอาหารตาม ธรรมชาติไม่สามารถทดแทนได้ด้วยสารอาหารสังเคราะห์ เพราะในอาหารหนึ่งชนิดประกอบด้วยสารสำคัญหลายตัว บางอย่างเสริมฤทธิ์กัน บางอย่างลดฤทธิ์กัน (จึงเป็นเหตุผลว่ากินเกินก็ไม่มีผลข้างเคียง) แต่ในอาหารเสริมจะมีสารสำคัญเพียงตัวเดียว ซึ่งอาจเป็นอันตรายได้หากได้รับมากเกินไป

ยกตัวอย่างเช่น เบตาแคโรทีน(ตัวนำให้เกิดวิตามินเอ)ที่ได้รับความนิยมมากเนื่องจากมีสารต้าน อนุมูลอิสระที่ป้องกันมะเร็งได้ คนจำนวนมากจึงหันมากินในรูปแบบของแคปซูลทั้งๆที่ยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดถึง ประสิทธิภาพของเบตาแคโรทีนในรูปแบบอาหารเสริม เพราะโดยปกติแล้วเบตาแคโรทีนทำงานร่วมกับแคโรทีนชนิดอื่น เช่น แอลฟาแคโรทีน ไลโคปีน การกินเบตาแคโรทีนจากธรรมชาติทำให้ได้รับสารแคโรทีนอยด์ สารต้านมะเร็งอื่นๆผสมผสานกันในปริมาณที่พอเหมาะ จึงช่วยป้องกันมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ในขณะที่การกินเบตาแคโรทีนเพียงอย่างเดียว อาจส่งผลให้เบตาแคโรทีนในเลือดสูงเกินไป ทำให้สารแคโรทีนอยด์ตัวอื่นๆถูกดูดซึมลดลง และสะสมกลายเป็นสารก่อมะเร็งแทนที่จะเป็นสารต้านมะเร็งได้ เป็นต้น

ใครบ้างที่ต้องการอาหารเสริม

อย่าง ไรก็ตาม อาหารเสริมถือเป็นแหล่งสารอาหารที่สำคัญเมื่อร่างกายอยู่ในสภาพที่ไม่ สมบูรณ์  หรือเพื่อป้องกันโรคที่เกิดจากการขาดสารอาหารเช่น เลือดออกตามไรฟัน ผิวหนังเป็นจ้ำสีม่วง เหน็บชา โรคกระดูกอ่อน ฯลฯ หญิงมีครรภ์ ผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องการดูดซึมสารอาหาร ผู้ป่วยที่เจ็บป่วยเรื้อรัง  ผู้ที่กินอาหารแบบมังสวิรัติ รวมทั้งผู้ที่มีความเสี่ยงสุขภาพสูง เช่น ลักษณะงานอยู่ในสภาพที่มีมลพิษ ดื่มสุรา หรือสูบบุหรี่จัด เป็นต้น แต่ก็ควรเป็นไปอย่างเหมาะสมกับสภาพอายุ สภาพร่างกาย และใช้อย่างถูกชนิด ซึ่งแพทย์และเภสัชกรจะเป็นผู้ให้คำแนะนำเบื้องต้นได้ดีที่สุด

ข้อควรระวังเมื่อใช้อาหารเสริม

ผู้ ที่ใช้อาหารเสริมควรศึกษาถึงปริมาณการกินของสารอาหารแต่ละชนิดด้วยว่ามี ระดับในการบริโภคที่ปลอดภัยอย่างไร จึงจะไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียง  บางชนิดอาจต้องเว้นระยะการกินเพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อน ซึ่งจะมีการระบุปริมาณที่แนะนำให้กินต่อวัน (RDAหรือ DRI)ไว้บนฉลากว่าไม่ควรกินติดต่อกันกี่วัน เป็นต้น

การบริโภคที่ได้ ประโยชน์สูงสุดคือการกินวิตามินเสริมก่อนหรือหลังอาหารทันที เพื่อให้สารอาหารเข้าสู่กระบวนการดูดซึมพร้อมกับอาหารหลักที่เรากินเข้าไป อย่างไรก็ตามอาหารเสริมบางชนิดหากกินมากเกินไปยังอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียง ที่ไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ได้

อาหารเสริมบางชนิดให้ประโยชน์กับร่างกาย และไม่ส่งผลกระทบใดๆ  แต่เมื่อเทียบกับแหล่งอาหารที่ได้จากธรรมชาติแล้ว ก็เป็นที่น่าคิดนักว่า เรายังควรจะจ่ายแพงอยู่อีกหรือไม่ เช่น รังนก เชื่อว่ากินแล้วให้พลังงาน แม้จะเป็นส่วนประกอบของโปรตีนที่ได้จากน้ำลายนก แต่ก็ถือว่ามีคุณค่าทางโภชนาการไม่ครบถ้วนเมื่อเทียบกับเต้าหู้ หรือไข่ นั่นหมายความว่าถ้าหากต้องการโปรตีนเท่ากับไข่ไก่ 1 ฟอง (3-5 บาท) คุณต้องกินรังนกให้ได้ถึง 26 ขวด (2,900 บาท)

สู่คุณภาพชีวิตที่สมดุล

ตราบ ใดที่คุณภาพของร่างกายยังขึ้นอยู่กับอาหาร การเลือกรับประทานให้ครบถ้วน หลากหลายและสดใหม่ ปรุงอาหารที่ใช้เวลาไม่นาน เช่น การลวก นึ่ง ด้วยความร้อนต่ำ เพื่อสงวนคุณค่าอาหาร

การกินที่ดีคือเคี้ยวให้ ละเอียด และไม่กินอาหารอย่างรีบเร่งเกินไป ก็จะช่วยให้อนุภาคของอาหารแตกออกเป็นชิ้นเล็กๆและนำไปสู่การดูดซึมที่ดีขึ้น

เครื่อง ดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ  แอกอฮอล์  บุหรี่ รวมทั้งอาหารหมักดองเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะทำให้ดูดซึมสารอาหารได้น้อยลง

นอกจากนี้ การออกกำลังกายก็เป็นเรื่องจำเป็น เพราะสารอาหารบางอย่าง เช่น แคลเซียมจะถูกดูดซึมเข้ามาใช้ประโยชน์ในระบบร่างกายได้ก็ต่อเมื่อมีการใช้ พลังงาน

อย่าลืมว่าสุขภาพเป็นสิ่งล้ำค่าที่ต้องบำรุงรักษาไว้ให้แข็งแรงนั้น แต่ต้องดำรงอยู่บนเส้นทางแห่งความพอดีนะคะ

บริโภคอาหารเสริมให้ปลอดภัย

  • วิตามินเอ ปริมาณที่ปลอดภัยคือวันละ  10,000 IU หากได้รับเกินกว่านี้อาจทำให้เกิดความผิดปกติของทารกในครรภ์  คลื่นไส้ อาเจียน ปวดตามข้อ ผิวหนังแห้ง
  • เบตาแคโรทีน ปริมาณที่ปลอดภัยคือวันละ 25 มิลลิกรัม และไม่ควรกินเกินวันละ 50 มิลลิกรัม
  • วิตามินซี  ปริมาณที่ปลอดภัยคือวันละ 1,000 มิลลิกรัม
  • วิตามินอี ไม่ควรกินเกินวันละ 1,000 IU
  • โฟลิตแอซิด ไม่ควรกินเกินวันละ 1,000 มิลลิกรัม
  • ไนอะซิน ยังไม่กำหนดปริมาณสูงสุดที่บริโภคได้อย่างปลอดภัย แต่การรับมากเกินไปอาจทำให้ผิวหนังร้อนแดง เป็นผื่นคันและทำลายตับได้
  • แคลเซียม ปริมาณที่ปลอดภัยคือ 1,500 มิลลิกรัมต่อวัน หากได้รับมากเกินไปอาจทำให้คลื่นไส้ ท้องผูก เฉื่อยชา ซึมเศร้า เกิดนิ่วหรือมีการสะสมตัวของแคลเซียมในเนื้อเยื่อต่างๆ
  • เหล็ก ปริมาณที่ปลอดภัยคือ 75 มิลลิกรัมต่อวัน หากรับมากเกินไปอาจรบกวนการดูดซึมแคลเซียม สังกะสี เพิ่มความเสี่ยงโรคตับ ทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ
  • ซีลีเนียม ไม่ควรกินเกิน 200 ไมโครกรัมต่อวัน หากรับในปริมาณมากอาจทำให้เล็บผิดรูปร่างและผมร่วงได้

ขอบคุณที่มาจาก : นิตยสาร Health&Cuisine มีนาคม, Issue 26




TIP/LOOKS

สิวบนใบหน้าสามารถบอกโรคได้ article
เป็นคนสิวขึ้นง่ายมากต้องใช้โฟมล้างหน้าแบบไหนถึงจะไม่แพ้
ครีมกันแดด ทาอย่างไรให้ได้ผลดีที่สุด article
ค่าSPFและPAในครีมกันแดด article
13วิธีชำระกายสบายสุขภาพในวันสงกรานต์กับอีฟอะโรส article
อยากหน้าขาวใส ต้องไม่เครียด(นะจ๊) article
เรื่องของปัญหาสิว article
การปฏิบัติตัวเมื่อเป็นสิว article
COSMETICS KNOWLEDGES ความรู้เรื่องเครื่องสำอาง article
รายชื่อเครื่องสำอางค์อันตรายโดย อย. article
COLLAGEN SEE - SECRET OF FOREVER YOUNG. article
WHY SERUM IS THE CHOOSEN ONE BY US ? article
NANO for life , NANO for BEAUTY article
WHY IS THE SUNSCREEN SO IMPORTANT? article
อย และ GMP article
12 WAYS FOR HEALTHY SKIN. article
SEASON CHANGES , SKIN CHANGES article
9 STEPS FACE MASSAGE FOR FILL UP COLLAGEN article
เราท้าให้คุณทำ! อาบน้ำเย็น วันละ 5 นาที เป็นเวลา 30 วัน แล้วจะสุขภาพดี
5 วิธี ออกกำลังกายที่เท้า แต่ช่วยลดอาการ ปวดหลัง ปวดเข่า
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาหารเสริมลดความอ้วน อีฟอะโรส Multi Seven
10 ข้อควรรู้ คุณ ทำความสะอาดเครื่องสำอาง บนใบหน้า ได้ถูกวิธีหรือยัง
11 อาหารที่ต้อง กินเป็นคู่ แล้ว ดีต่อสุขภาพ คอนเฟิร์ม! article
แฉจะๆ อาหารเพื่อสุขภาพ 10 อย่างที่กำลังหลอกคุณว่าเฮลตี้ !!! article
ต้านอนุมูลอิสระ กุญแจสำคัญสู่ความสวย 360องศา
7 ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อย จนนำไปสู่ปัญหาผิวหน้า
ศาสตร์แห่งการต้านอนุมูลอิสระกุญแจแห่งผิวเด็กยาวนาน
คำถามที่พบบ่อยอาหารเสริมผิวขาวอีฟอะโรส article
ชนะ !! ทุกผิวแพ้(ง่าย)
นอนผิดท่า ทำหน้าเหี่ยว แก่ก่อนวัย
สัญลักษณ์เครื่องสำอาง ที่สาวรักบิวตี้ ต้องรู้จัก article
ผลข้างเคียงของกลูต้าไธโอน article
อาหารเสริม จำเป็นหรือไม่ article
ครีมกันแดด สำคัญ!!!! จะหน้าใสไม่ใสขึ้นอยู่กับครีมกันแดดนะจ๊ะ article
อยากห้นาใส ไร้แผลเป็น มาทำความรู้จักประเภทของแผลเป็นกันเถอะ
เลือกใช้ ครีมหน้าใส ยี่ห้อใหนดี ? รีวิวครีมหน้าใส ที่คนไทยใช้กัน! article
ผู้หญิง สูบบุหรี่ และนม... ยานนนนนนน !!!! article
แต่งหน้า Look ใสๆ เสมือนไม่ได้แต่งมา (จิงจี๊งงง ) article
เลือกใช้ ครีมหน้าขาวใส อย่างไนให้เด้งๆ ฝุดๆ
ยารักษาสิว isotretinoin อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม
การใช้ ครีมหน้าใส ต่างๆบำรุง ยังไงให้ คุ้มค่า และ สวยเด้ง
ริ้วรอย ก่อนวัย สาเหตุมาจาก ผิวขาดน้ำ
อยากสวยเร็วต้องทาครีมให้ถูกวิธี article
แฉหมดเปลือก กระเทาะวงการเลเซอร์หน้า article
เคล็ดลับ รักษาริ้วรอยใต้ดวงตา article
เคล็ดลับ ลดเลือน ริ้วรอยรอบดวงตา article
เคล็ดลับ ลดอ้วน จากนิสัยการกิน article
วิธีทำความสะอาด อุปกรณ์แต่งหน้า article
กลั้นและเกร็ง เคล็ดลับ กระชับหน้าท้อง article
เครื่องสำอาง แบบไหนเหมาะกับผิวคุณ article